NeuStory

/ Aug 30, 2019

Big 4 ของ Marketing Trend ปี 2019

สั่งสินค้าด้วยการพิมพ์คุยกับ bot ทางคอมพิวเตอร์ สั่งให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้านทำตามคำสั่งด้วยเสียง หรือจะเป็นการเลือกโซฟาใหม่สำหรับห้องนั่งเล่น โดยไม่ต้องไปเดินดูที่ร้าน....

ถ้าเป็นสักสิบปีที่แล้วเรื่องเหล่านี้อาจจะดูไกลตัว แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในชีวิตประจำวัน (ถ้าคนรอบตัวคุณมีความ tech-oriented หน่อยๆ) และมันก็ทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบาย...มากขึ้น

ก็คิดดูว่าระหว่างโทรไปหา Call Center และรอสายสิบนาที เพื่อจะได้คุยกับเจ้าหน้าที่สักคน หรือคุยกับ bot ที่สามารถตอบข้อข้องใจของคุณได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอสาย แบบไหนจะดีกว่ากันล่ะ?

ว่าแล้ววันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังถึง 4 เทคโนโลยีที่เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อยๆ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

01 การใช้เสียงสั่งงาน

Source: HaViK

เมื่อสั่งงานด้วยเสียงได้ ชีวิตก็ง่ายขึ้นเยอะ ถ้าคุณจำ Tony Stark คุยกับ Jarvis ในหนัง Iron Man ได้ คุณคงนึกภาพออกว่าสั่งงานด้วยเสียงมันเป็นยังไง (โอเคๆ เรารู้ว่าตอนนี้ยังไม่มีหุ่นยนต์บินไปมาได้บนฟ้าแบบใน Iron Man แต่อย่างน้อยเราก็ใช้เสียงสั่งงานแบบนั้นได้ล่ะน่า)

การสั่งงานด้วยเสียงเคยเป็นเรื่องสลับซับซ้อนเพราะเสียงแต่ละคนไม่เหมือนกัน เนื้อเสียง โทนเสียง วิธีการเน้นคำในประโยค อีกทั้งยังมีเรื่องเสียงหนักเสียงเบาของแต่ละคน ดังนั้นการจะให้คอมพิวเตอร์เข้าใจเสียง จึงเป็นความท้าทายของนักพัฒนาเทคโนโลยีที่จะต้องทำให้มันตอบสนองความต่างเหล่านี้ให้ได้

Source: Marques Brownlee

แต่ทุกวันนี้เราก็ใช้เสียงสั่งงานกับหลายๆ อย่าง เช่น สั่งเครื่องเสียงในรถยนต์ ให้เล่นเพลงที่เราต้องการ หรือสั่งระบบควบคุมความเย็นให้ปรับระดับอุณหภูมิ สั่ง Google Home ให้หาข้อมูลที่เราต้องการ เช็คตารางนัดหมาย หรือแม้แต่เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน หรือแม้แต่ใช้ Google Voice Search (search ด้วยเสียง) แทนที่จะเป็นการพิมพ์

02 Chatbot

เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่อาจจะไม่ได้ใหม่ แต่นับวันเรายิ่งจะเห็นธุรกิจต่างๆ นำ chatbot มาใช้งานมากขึ้น เหตุผลก็คือ bot สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้เร็วขึ้น ดีขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ดี bot ที่เราเห็นทุกวันนี้ส่วนใหญ่ยังเป็น rule-based หมายความว่า bot ถูกตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าแล้วว่าคำถามแบบนี้จะตอบว่ายังไง ซึ่งเมื่อเจอกับคำถามยากๆ หรือคำถามที่มีความซับซ้อน bot ก็อาจจะไม่สามารถตอบได้ และต้องโอนลูกค้าให้ไปคุยหรือแชทกับมนุษย์ต่อ....... อืมมม แล้วถ้าเกิดว่า bot สามารถเรียนรู้ที่จะตอบโต้เองได้เหมือนมนุษย์ล่ะ? งั้นไปดูข้อต่อไปกันเลย

03 AI & Machine Learning

ความหมายของมันก็คือการสอนให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ที่จะคิด และตอบโต้เอง จากเดิมที่คอมพิวเตอร์ทำงานด้วยการทำงานตามชุดคำสั่ง (rule-based) แต่มาวันนี้เราเริ่มสอนให้คอมพิวเตอร์คิดเอง ตอบสนองเองได้ (แต่ไม่ต้องกลัว เรายังไม่ถึงจุดที่จะมี Skynet แบบในหนัง Terminator หรอกนะ) โดยนำ AI & Machine Learning เข้ามาประยุกต์ใช้กับ chatbot ต่อไป chatbot ก็จะสามารถตอบคำถามยากๆ ที่มีความซับซ้อนได้มากขึ้น เพราะมันถูกสอนให้เรียนรู้ และจดจำคำถามใหม่ๆ และนำคำถามเหล่านั้นไปเก็บเป็น database เพื่อที่ในอนาคต bot ก็จะสามารถตอบได้เอง

04 การใช้ AR (Augmented Reality)

สำหรับ e-commerce AR คือ การนำภาพเสมือนมาวางทับซ้อนลงไปบนภาพจริง ถ้าใครจำเกมส์ Pokémon GO ที่เป็นกระแสเมื่อ 3-4 ปีก่อนได้ มันคือเกมส์ที่ใช้เทคโนโลยี AR โดยการนำตัวละครไปวางซ้อนอยู่บนภาพจากกล้องมือถือ ตัวอย่างการใช้งาน AR เจ๋งๆ สำหรับ e-commerce ก็เช่น IKEA ออก app ที่ใช้ AR Tech ที่จำลองให้ผู้บริโภคลองนำเฟอร์นิเจอร์ไปวางลงบนพื้นที่ใช้งานจริงในบ้านได้ เพื่อทำให้การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

Source: IKEA

Sign up for more content updates

Contributor

Writer Nagorn Chotisangasa Strategic Planning Associate Director NeuMerlin Communication