Influencer Marketing คืออะไร มีกี่ประเภท

ด้วยการแข่งขันทางการตลาดที่ดุเดือดและเข้มข้นเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องงัดกลยุทธ์ในการเข้าถึงผู้บริโภค เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) และทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักให้มากที่สุด ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และถูกยอมรับจากธุรกิจส่วนใหญ่ก็คือ Influencer Marketing หรือการทำการตลาดโดยใช้ผู้มีอิทธิพลบนสื่อออนไลน์ในการโน้มน้าวผู้บริโภคให้เกิดการซื้อ

ซึ่งในบทความนี้ NeuMerlin Group จะพาคุณมาทำความรู้จักว่า Influencer Marketing คืออะไร? มีกี่ประเภท แล้วข้อดีของการทำ Influencer Marketing ต่อแบรนด์มีอะไรบ้าง? ใครที่กำลังมองหากลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ ๆ ไปใช้กับแบรนด์ของตัวเอง ต้องห้ามพลาด!

Key Message:

  • Influencer Marketing คือ กลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์ใช้ "ผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์" มาช่วยรีวิวหรือแนะนำสินค้า เพื่อโน้มน้าวใจให้ผู้ติดตามเกิดการตัดสินใจซื้อ
  • แบ่งเป็น 4 ระดับหลัก ได้แก่ Nano, Micro, Macro และ Mega Influencer ซึ่งมีความเหมาะสมกับงบประมาณและเป้าหมายของแคมเปญที่ต่างกัน
  • ข้อดีที่แบรนด์ได้รับ: สร้างการรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว (Brand Awareness) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ และสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการบอกต่อที่ดูเป็นธรรมชาติ

Influencer Marketing คืออะไร?

Influencer Marketing คือ การทำการตลาดที่ใช้ผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์มาช่วยในการโฆษณา รีวิวสินค้า หรือช่วยแนะนำสินค้าและบริการ ผ่านการสร้างคอนเทนต์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram, Youtube, Twitter เป็นต้น 

โดยอาศัยความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือที่อินฟลูเอนเซอร์สร้างขึ้นกับฐานผู้ติดตามของตนเอง เมื่ออินฟลูเอนเซอร์แนะนำสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ผู้ติดตามซึ่งเป็นแฟนคลับหรือคนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ก็จะมีแนวโน้มที่จะเปิดใจรับฟังและตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

Influencer และ KOL เหมือนหรือต่างกันยังไง?

Influencer และ KOL เป็นคำที่หมายถึงผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ด้วยกันทั้งคู่ แต่จะแตกต่างกันที่ "วิธีการนำเสนอ" และ "ความเชี่ยวชาญ" ของผู้มีอิทธิพลแต่ละประเภท 

  • Influencer (อินฟลูเอนเซอร์): มักจะเติบโตมาจากการสร้างคอนเทนต์เชิงไลฟ์สไตล์ ความบันเทิง หรือความชอบส่วนตัว พวกเขามีจุดเด่นเรื่อง "ความสนิทสนม" กับผู้ติดตาม การรีวิวสินค้ามักจะเน้นที่ความรู้สึก การบอกต่อ หรือการนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน
  • KOL (Key Opinion Leader): คือ "ผู้นำทางความคิด" หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Expertise) เช่น แพทย์ผิวหนัง กูรูด้านไอที หรือนักวิเคราะห์การเงิน คอนเทนต์ของ KOL จะเน้นการให้ความรู้เชิงลึก อธิบายสรรพคุณด้วยหลักการและเหตุผล เพื่อให้ผู้ติดตามได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือที่สุด

คำแนะนำ: หากคุณขายสินค้าแฟชั่นหรือของกิน การใช้ Influencer จะตอบโจทย์เรื่องความน่าสนใจ แต่หากคุณขายสกินแคร์ทางการแพทย์หรืออุปกรณ์ไอทีราคาสูง การใช้ KOL จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้ดีกว่า

ประเภทของ Influencer มีอะไรบ้าง?

การจะทำ Influencer Marketing ให้มีประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่กับการเลือก Influencer ที่ตอบโจทย์กับแบรนด์ วัตถุประสงค์แคมเปญ และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของแบรนด์ ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาความเหมาะสมอย่างถี่ถ้วน โดยประเภทของอินฟลูเอนเซอร์ สามารถแบ่งได้ทั้งหมด 4 ประเภทตามจำนวนผู้ติดตาม ดังนี้

1. Nano Influencer (ผู้ติดตาม 1,000 - 10,000 คน)

Nano Influencer คือผู้ที่มีจำนวนผู้ติดตามบน Social Media ตั้งแต่ 1,000-10,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์ระดับเล็กสุด และมีจำนวนมากที่สุด โดยจุดเด่นของอินฟลูเอนเซอร์ประเภทนี้คือ มีราคาที่ไม่สูงมากถ้าเทียบกับระดับอื่น ๆ ทำให้แบรนด์สามารถจ้างอินฟลูเอนเซอร์ระดับนี้พร้อมกันหลายคน เพื่อกระจายวงกว้างในการทำการตลาดได้

2. Micro Influencer (ผู้ติดตาม 10,000 - 100,000 คน)

Micro Influencer คือผู้ที่มีจำนวนผู้ติดตามบน Social Media ตั้งแต่ 10,000-100,000 คน โดยจะมีราคาไม่ต่างจาก Nano Influencer เท่าไหร่นัก แต่จะสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากกว่า และสามารถสร้างตัวตนที่เข้ากับสินค้าหรือแบรนด์ได้ง่าย

3. Macro Influencer / Celebrity / Mass Publisher (ผู้ติดตาม 100,000 - 1,000,000 คน)

Macro Influencer คือผู้ที่มีจำนวนผู้ติดตามบน Social Media ตั้งแต่ 100,000-1,000,000 คน เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามเยอะที่สะสมมานานหลายปี มีความเป็นมืออาชีพ และมีแนวทางในการทำคอนเทนต์ที่ชัดเจน ทำให้สามารถสร้างการรับรู้ต่อสินค้าหรือแบรนด์ได้เป็นอย่างดี และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างตรงกลุ่ม แต่อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง เหมาะกับแบรนด์ขนาดกลางไปจนถึงใหญ่ที่ต้องการให้คนรู้จักสินค้าเป็นวงกว้าง

4. Mega Influencer (ผู้ติดตาม 1 ล้านคนขึ้นไป)

Mega Influencer คือผู้ที่มีจำนวนผู้ติดตามบน Social Media มากกว่า 1 ล้านคนขึ้นไป โดยส่วนมากจะเป็นคนดังเป็นที่รู้จักทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ดารา, นักกีฬา, ศิลปิน หรือคนที่โด่งดังบนโลกออนไลน์ ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้จะมีความเป็นมืออาชีพในการทำคอนเทนต์สูง และมีไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นชัดเจน แต่อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้จะมีเรทราคาสูงมาก เหมาะกับแบรนด์ใหญ่ ๆ ที่มีงบสูง เพราะสามารถเข้าถึงคนได้มากกว่า แต่อาจจะไม่สามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนมากนัก 

3 แพลตฟอร์มยอดฮิตสำหรับการทำ Influencer Marketing ในปี 2026

การทำ Influencer Marketing จะสมบูรณ์ไม่ได้เลยหากไม่รู้ว่าควรนำแคมเปญไปลงที่ไหน ในปี 2026 แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยังคงมีการแข่งขันสูง แต่ละแพลตฟอร์มมีธรรมชาติของพฤติกรรมผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน โดย 3 แพลตฟอร์มหลักที่ได้รับความนิยมในการทำ Influencer Marketing มีดังนี้

TikTok: ราชาแห่งคลิปสั้นและ Affiliate

ปัจจุบัน TikTok กลายเป็นเครื่องมืออันดับหนึ่งสำหรับการสร้างยอดขายไวรัล ด้วยฟีเจอร์ TikTok Shop และระบบ Affiliate ทำให้อินฟลูเอนเซอร์สามารถรีวิวสินค้าพร้อมปักตะกร้าให้ผู้บริโภคกดซื้อได้ทันที เหมาะมากกับสินค้า FMCG, เครื่องสำอาง และแฟชั่น ที่เน้นการตัดสินใจซื้อแบบฉับพลัน

Instagram: ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์และภาพลักษณ์

หากสินค้าของคุณเน้นความสวยงาม ความหรูหรา หรือต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี (Brand Image) Instagram คือคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ IG Reels สำหรับวิดีโอสั้น หรือ IG Stories สำหรับการบอกเล่าชีวิตประจำวันแบบเรียลไทม์ แพลตฟอร์มนี้เหมาะกับสินค้าประเภทแฟชั่น ท่องเที่ยว คาเฟ่ และคลินิกความงาม

YouTube: แหล่งรวมการรีวิวเชิงลึกและ SEO

แม้กระแสคลิปสั้นจะมาแรง แต่ YouTube ยังคงยืนหนึ่งเรื่องวิดีโอขนาดยาว (Long-form Video) ที่เหมาะกับการอธิบายฟังก์ชันสินค้าอย่างละเอียด เช่น รีวิวรถยนต์ อุปกรณ์ไอที หรือการสอนฮาวทู (How-to) ข้อดีที่สำคัญที่สุดคือวิดีโอบน YouTube สามารถค้นหาเจอผ่าน Google (SEO) ได้ ทำให้คอนเทนต์มีอายุการใช้งานยาวนาน (Evergreen) สปอนเซอร์คลิปเดียวอาจสร้างยอดวิวและยอดขายให้แบรนด์ได้เป็นปี ๆ

ข้อดีของการทำ Influencer Marketing

Influencer Marketing นับว่าเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีข้อดีที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

สร้างการรับรู้ (Brand Awareness) 

เพราะเหล่า Influencer มักจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือมีฐานผู้ติดตามจำนวนมาก ทำให้สามารถสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เหล่า Influencer ยังสามารถผลิตคอนเทนต์ที่ช่วยให้ผู้ติดตามรู้จักแบรนด์และสินค้าของคุณมากขึ้นได้อีกด้วย

เพิ่มความน่าเชื่อถือ 

เพราะ Influencer ถือเป็นผู้บริโภคคนหนึ่ง ทำให้ผู้ติดตามเกิดความเชื่อมั่นในความคิดเห็นของ Influencer ซึ่งเป็นผู้บริโภคเช่นเดียวกับตนเอง และมั่นใจในตัวสินค้า บริการ หรือแบรนด์มากยิ่งขึ้น

ช่วยเพิ่มยอดขาย 

เมื่อ Influencer ผลิตคอนเทนต์ที่ทำให้ผู้ติดตามเกิดการรับรู้ และเชื่อถือในตัวสินค้าหรือแบรนด์แล้ว ก็จะส่งผลให้เกิดการซื้อตาม นอกจากนี้แบรนด์ยังสามารถส่งส่วนลด หรือโปรโมชันพิเศษให้ Influencer โปรโมตเพื่อเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย

เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ 

Influencer แต่ละคนมักจะมีฐานผู้ติดตามที่มีความสนใจที่สอดคล้องกับความสนใจหรือคอนเทนต์ของ Influencer นั้น ๆ การเลือก Influencer ที่เหมาะสมจะช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคที่มีแนวโน้มจะสนใจผลิตภัณฑ์หรือบริการของแบรนด์จริง ๆ 

เพิ่มการมีส่วนร่วมและการแชร์ 

เนื่องจาก Influencer มักจะมีทักษะการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ บวกกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของ Influencer ที่ทำให้คอนเทนต์ดูน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสในการมีส่วนร่วมและแชร์ต่อได้มากขึ้น

ได้คอนเทนต์ที่มีคุณค่าและเป็นธรรมชาติ 

เนื่องจาก Influencer จะต้องมีการใช้งานสินค้าหรือบริการจริง ๆ ทำให้คอนเทนต์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ และมีความจริงใจ นอกจากนี้ Influencer ยังช่วยแบ่งปันประสบการณ์ ให้ข้อมูล หรือบอกเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับแบรนด์ได้มากขึ้นด้วย

5 ขั้นตอนการทำแคมเปญ Influencer Marketing ให้สำเร็จและเห็นผลจริง

การทำ Influencer Marketing ไม่ใช่แค่การจ่ายเงินให้คนดังมาถือสินค้าแล้วจบไป แต่ต้องอาศัยกลยุทธ์และการวางแผนอย่างรัดกุม นี่คือ 5 ขั้นตอนสำคัญที่รวบรวมเทคนิคและสิ่งที่แบรนด์ต้องรู้ก่อนลงมือทำ เพื่อให้แคมเปญของคุณสร้างผลลัพธ์ได้สูงสุด

1. ตั้งเป้าหมายและกำหนดกลยุทธ์ให้ชัดเจน 

ก่อนเริ่มต้นแคมเปญ สิ่งแรกที่ต้องตอบตัวเองให้ได้คือ "เป้าหมายหลัก" ของการทำแคมเปญนี้คืออะไร เพื่อให้การวางกลยุทธ์ไปในทิศทางเดียวกัน คุณต้องรู้ว่าปัญหาของธุรกิจตอนนี้คืออะไร และต้องการใช้สื่อบุคคลมาแก้ปัญหาในจุดไหน ซึ่งเป้าหมายที่ต่างกันจะส่งผลต่อวิธีเลือกคนในขั้นตอนต่อไป

  • เป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ (Brand Awareness): เหมาะสำหรับแบรนด์ใหม่หรือสินค้าเพิ่งเปิดตัว กลยุทธ์คือเน้นไปที่ยอดการมองเห็น (Reach & Impression) โดยอาจเลือกใช้ Macro หรือ Mega Influencer เพื่อกระจายข่าวสารให้คนเห็นมากที่สุดในเวลาอันรวดเร็ว
  • เป้าหมายเพื่อกระตุ้นยอดขาย (Conversion): หากต้องการเพิ่มยอดขายเป็นหลัก กลยุทธ์ควรเน้นไปที่การรีวิวเจาะลึก การแจกโค้ดส่วนลด หรือการทำ Affiliate โดยใช้กลุ่ม Micro หรือ Nano Influencer ที่มีความน่าเชื่อถือและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะทางได้ดีกว่า

2. คัดเลือก Influencer ให้ตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพ 

การเลือกคนให้ถูกงานคือหัวใจสำคัญที่ชี้เป็นชี้ตายว่าแคมเปญจะปังหรือแป้ก การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่การจ้างคนที่ดังที่สุด แต่คือการจ้างคนที่ "ใช่" ที่สุดสำหรับแบรนด์ของคุณ โดยพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้

  • เลือก Influencer ที่มีผู้ติดตามตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ติดตามของ Influencer คนนั้น จะสามารถกลายมาเป็นกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ และมีแนวโน้มมาซื้อสินค้าของแบรนด์จากการรีวิวได้
  • คอนเทนต์ที่นำเสนอมีความจริงใจ การเลือก Influencer มาช่วยนำเสนอแบรนด์ ควรจะเป็นคนที่ใช้สินค้าหรือบริการจากแบรนด์จริง ๆ เพื่อให้คอนเทนต์ที่เผยแพร่ออกไปมีความจริงใจ ไม่เกินจริง ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกเชื่อถือมากกว่าคอนเทนต์ที่มีการโฆษณาเกินจริง
  • เป้าหมายในการนำเสนอคอนเทนต์ ซึ่งแบรนด์จะต้องทราบว่า การทำการตลาดครั้งนี้ทำเพื่ออะไร วัดผลได้หรือไม่ มีวิธีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีใด
  • แพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ เนื่องจาก Influencer แต่ละคน จะมีช่องทางในการนำเสนอคอนเทนต์ที่แตกต่างกันไป ดังนั้น จึงควรศึกษาช่องทางที่ Influencer นั้น ๆ ใช้เป็นหลัก เพื่อพิจารณาว่าเป็นช่องทางที่เราต้องการหรือไม่ มีกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์อยู่ในแพลตฟอร์มนั้นมากน้อยเพียงใด
  • อัตราการมีส่วนร่วม (Engagement Rate): ยอดผู้ติดตามหลักล้านอาจไม่มีความหมาย หากยอดไลก์และคอมเมนต์มีเพียงหยิบมือ ควรเลือกคนที่มีฐานแฟนคลับแอคทีฟ มีการพูดคุยโต้ตอบ และเชื่อใจอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นจริง ๆ
  • ข้อมูลเชิงลึกของผู้ติดตาม (Audience Insights): ต้องเช็กว่า "คนที่ติดตามพวกเขา" ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) ของเราหรือไม่ ทั้งในแง่ของเพศ อายุ และความสนใจ

3. บรีฟงานอย่างมืออาชีพและให้อิสระในการสร้างสรรค์

ข้อผิดพลาดร้ายแรงของการทำ Influencer Marketing คือการตีกรอบให้พวกเขาพูดตามสคริปต์เป๊ะๆ เหมือนท่องจำ สิ่งที่คุณควรทำคือการจัดทำเอกสารบรีฟ (Brief) ที่ระบุข้อความหลัก (Key Message) ข้อมูลสินค้าที่ถูกต้อง และข้อห้าม (Don't) ที่แบรนด์ซีเรียสอย่างครบถ้วน

จากนั้นต้องเปิดพื้นที่ให้อินฟลูเอนเซอร์ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ นำเสนอคอนเทนต์ด้วยภาษาและสไตล์ที่ฐานแฟนคลับของพวกเขาคุ้นเคย วิธีนี้จะทำให้คอนเทนต์ดูจริงใจ ไม่เฟค และไม่ถูกมองว่าเป็นโฆษณาที่ยัดเยียด

4. ปล่อยคอนเทนต์และต่อยอดสื่อ

เมื่อคอนเทนต์ถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว แบรนด์ไม่ควรหยุดแค่การรอให้คนเห็นแบบออร์แกนิก (Organic Reach) กลยุทธ์ที่จะทำให้การลงทุนคุ้มค่าที่สุดคือ การนำโพสต์ที่ได้รับผลตอบรับดีมาต่อยอดทำเป็นโฆษณา (Boost Post) วิธีนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของคอนเทนต์ และกระจายสื่อเจาะจงไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ที่อาจจะยังไม่ได้ติดตามอินฟลูเอนเซอร์คนนั้น ให้มองเห็นแบรนด์ของคุณมากยิ่งขึ้น

5. วัดผลและประเมินแคมเปญ 

ขั้นตอนสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือการติดตามผลลัพธ์ด้วยตัวเลขและเครื่องมือที่แม่นยำ เพื่อประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน (ROI) คุณไม่สามารถพัฒนาแคมเปญได้หากไม่รู้ว่ากลยุทธ์ไหนเวิร์กหรือไม่เวิร์ก โดยการวัดผลต้องทำอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ในขั้นตอนแรก

โดยควรจะมีการฝังลิงก์พิเศษ (UTM Tracking), การแจกโค้ดส่วนลดเฉพาะบุคคล (Promo Code), หรือการใช้ระบบ Affiliate Links เพื่อให้รู้ชัดเจนว่ายอดคลิกเข้าเว็บหรือยอดขายมาจากอินฟลูเอนเซอร์คนไหน ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลในการนำไปปรับปรุงและเลือกพันธมิตรสำหรับการทำการตลาดในอนาคต

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Influencer Marketing

ธุรกิจ B2B จำเป็นต้องทำ Influencer Marketing ไหม?

จำเป็น! แต่รูปแบบจะต่างออกไป ธุรกิจ B2B ไม่เหมาะกับสายเต้นหรือสายไลฟ์สไตล์ แต่ควรเน้นจ้าง KOL หรือผู้เชี่ยวชาญมาเขียนบทความเชิงลึก หรือทำสัมภาษณ์บนแพลตฟอร์มอย่าง LinkedIn หรือ YouTube เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือระดับองค์กร

มีงบจำกัด ควรเริ่มต้นจ้าง Influencer ระดับไหนดี?

หากมีงบจำกัด แนะนำให้เริ่มต้นกับกลุ่ม Nano หรือ Micro Influencer เพราะนอกจากค่าตัวจะจับต้องได้แล้ว คุณยังสามารถจ้างได้หลายคนในครั้งเดียวเพื่อกระจายการมองเห็น และกลุ่มนี้มักจะมีความใกล้ชิดกับผู้ติดตามสูง ทำให้เชียร์สินค้าได้เนียนกว่า

จ้าง Influencer แล้วยอดขายจะเพิ่มขึ้นทันทีเลยหรือไม่?

ไม่เสมอไป การซื้อสินค้าต้องผ่านกระบวนการ Customer Journey หากสินค้าของคุณราคาแพง ผู้บริโภคอาจจะเพิ่งเริ่มรู้จัก (Awareness) จากอินฟลูเอนเซอร์ และต้องใช้เวลาหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อ แบรนด์จึงควรทำควบคู่ไปกับการทำโปรโมชันและการยิงแอดเพื่อปิดการขาย

สรุปบทความ

Influencer Marketing ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สามารถสร้างผลลัพธ์ต่อแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สำหรับแบรนด์ที่อยากขยายการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเพิ่มยอดขายควบคู่กันไป การทำ Influencer Marketing ก็ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ไม่น้อยเลยทีเดียว

และสำหรับแบรนด์ที่สนใจการทำ Influencer Marketing แต่ยังจับทางไม่ถูก NeuMerlin Group ก็พร้อมให้ความช่วยคุณในเรื่องนี้ เรามีบริษัทในเครือข่ายที่พร้อมให้บริการด้านการตลาด โดยมี VIRT เป็นบริษัทที่ดูแลเรื่อง Influencer Management โดยเฉพาะ ทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่า อินฟลูเอนเซอร์ที่เราคัดสรรมาให้คุณ จะสามารถสร้างผลประโยชน์กลับมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Writer
NMG Team

เราคือ Marketing Agency ที่มีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเพื่อการมีส่วนร่วมในเอเชียแปซิฟิก พร้อมทีมงานมืออาชีพ

As a creative agency, we believe in the power of imagination and innovation. We are constantly pushing the boundaries of what is possible, and strive to create work that is not only beautiful and effective, but also meaningful and impactful.

เริ่มโปรเจคร่วมกัน

contact@neumerlin.com
การใช้เว็บไซต์นี้แสดงว่าคุณตกลงที่จะจัดเก็บคุกกี้บนอุปกรณ์ของคุณเพื่อปรับปรุง และ วิเคราะห์การใช้งานของเว็บไซต์ ดู นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเราสําหรับข้อมูลเพิ่มเติม Privacy Policy