ส่องเทรนด์อินฟลูเอนเซอร์ไทย ในยุคที่ใคร ๆ ก็เป็นได้!

เชื่อว่าอาชีพ “อินฟลูเอนเซอร์” เป็นอาชีพในฝันของใครหลายคนในยุคนี้ เราจึงพามาส่องประเด็นที่น่าสนใจและต้องจับตามองทิศทางของวงการอินฟลูเอนเซอร์

หากพูดถึงอาชีพในฝันของเด็ก ๆ รุ่น Gen Z เชื่อว่าคำตอบเกือบครึ่งคงเทใจมาที่อาชีพ “อินฟลูเอนเซอร์” อย่างแน่นอน ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว อาชีพนี้ยังเป็นอะไรที่แปลกใหม่และไม่คิดว่ามันจะสามารถสร้างรายได้มากพอที่จะยึดเป็นอาชีพหลักได้ แต่ปัจจุบันวงการนี้มีแต่จะเติบโตไปเรื่อย ๆ ซึ่งเห็นได้จากการแจ้งเกิดของอินฟลูฯ หน้าใหม่ ๆ แทบทุกวัน แถมมีคอนเทนต์มากมายให้เราติดตามอยู่เรื่อย ๆ

ประเด็นที่น่าสนใจและต้องจับตามองทิศทางของวงการอินฟลูเอนเซอร์ไทยมีหลัก ๆ 4 ข้อด้วยกัน ได้แก่

1.เกิดการ Collaboration ของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ด้วยกัน

เรามักจะเคยได้ยินคำว่า Collaboration หรือการคอลแลปฯ ของฝั่งแบรนด์อยู่บ่อย ๆ นั่นก็คือ การจับมือกันสร้างแคมเปญดี ๆ โดยที่ได้ผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝั่ง ซึ่งสิ่งนี้ก็ได้ถูกขยายต่อมาในวงการอินฟลูฯ เช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่าเมื่อก่อนอินฟลูฯ แต่ละคนมักจะทำคอนเทนต์ในช่องทางของตัวเอง แต่ช่วงหลังก็ได้มีการมาร่วมงานกันกับอินฟลูฯ อีกช่อง เพื่อทำคอนเทนต์ตามสไลล์ของตัวเองเหมือนเดิม เพิ่มแติมคือมีเพื่อนร่วมวงการมาจอยความสนุกด้วย ทำให้สามารถดึงกลุ่มผู้ติดตามของอีกช่องมาให้ติดตามของตัวเองได้ด้วย ในขณะเดียวกันอินฟลูฯ ที่มาร่วมคอลแลปฯด้วย ก็ได้ผู้ติดตามมาเพิ่มจากอีกช่องเช่นกัน ซึ่งเรียกได้ว่าไม่มีใครเสียผลประโยชน์ใด ๆ มีแต่ได้กับได้ทั้งคู่ 

2.อินฟลูเอนเซอร์กลายเป็นสิ่งที่ต้องมีในทางการตลาด

เข้าไปดูอะไรตอนนี้ก็มีแต่รีวิวจากอินฟลูฯ ไปเสียหมด แต่การเลือกใช้อินฟลูฯ ที่ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากเลือกได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และอาจดีกว่าการใช้ Mass Media อีกด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลจาก Third Party หายไป เพราะข้อกำหนดในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ Ads ปกติไม่สามารถทำงานได้เท่าที่ควร จึงทำให้การใช้อินฟลูฯ เป็นสิ่งสำคัญในการทำตลาดยุคนี้ที่จะขาดไม่ได้เลย เนื่องจาก Follower นั้นยินดีที่จะติดตามคอนเทนต์ของอินฟลูฯ ที่พวกเขาติดตามกันอยู่แล้ว จึงทำให้เวลายิง Ad มีความแม่นยำกว่า เพราะมี data ที่ถูกกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ

3.ธุรกิจที่มีเงินเยอะ = ใช้อินฟลูฯ เยอะ

จะสังเกตได้เลยว่าธุรกิจไหนที่ปังมีเม็ดเงินเข้ามาเยอะ มีเงินหมุนเวียนมหาศาล เพราะคนซื้อจับจ่ายเป็นจำนวนมาก มักจะใช้อินฟลูฯ เยอะตามไปด้วย แน่นอนว่าประเภทธุรกิจที่ติด Top 5 ในไทย (ไม่เรียงลำดับ) ได้แก่

  • Food : ธุรกิจอาหาร 
  • Consumer Goods : ธุรกิจสินค้าอุปโภค บริโภค 
  • Beauty & Fashion : ธุรกิจความงาม และแฟชั่น
  • Tech & Gadget : ธุรกิจเทคโนโลยี และไอที 
  • Lifestyle: ไลฟ์สไตล์ เฉพาะด้านต่างๆ

4.เริ่มมีอินฟลูฯ สนใจคอนเทนต์ด้าน Climate Change สิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด EV และ SDG (Sustainable Development Goals) 

แม้เราจะเห็นอินฟลูฯ หลากหลายประเภทเกิดขึ้นมาใหม่แบบนับไม่ถ้วน ซึ่งก็มีอินฟลูฯ อีกจำนวนหนึ่งเริ่มสนใจมาทำคอนเทนต์ที่เข้ากับเทรนด์โลกมากขึ้น เช่น รถยนต์ EV ที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไปจนถึงสิ่งแวดล้อมรักษ์โลก ตามหลัก SDG แน่นอนว่าถ้าอินฟลูฯ รุ่นใหม่ สามารถพูดเรื่อง Climate Change ให้คนหมู่มากเข้าใจได้ สิ่งนั้นจะกลายเป็นเรื่องสนุกที่ทุกคนหันมาสนใจ

และนี่ก็เป็นเทรนด์ของวงการอินฟลูเอนเซอร์เพียงส่วนหนึ่งที่เราหยิบยกมาเพื่อเป็นกรณีศึกษาในการปรับตัวให้เท่าทัน รวมถึงนำไปปรับใช้กับการตลาดยุคปัจจุบันที่ต้องบอกเลยว่าการใช้อินฟลูฯ มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าในอนาคตวงการนี้ก็มีแต่จะเติบโตไปได้อีกมากเลยทีเดียว

Writer
NMG Team

เราคือ Marketing Agency ที่มีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเพื่อการมีส่วนร่วมในเอเชียแปซิฟิก พร้อมทีมงานมืออาชีพ

As a creative agency, we believe in the power of imagination and innovation. We are constantly pushing the boundaries of what is possible, and strive to create work that is not only beautiful and effective, but also meaningful and impactful.

เริ่มโปรเจคร่วมกัน

contact@neumerlin.com
การใช้เว็บไซต์นี้แสดงว่าคุณตกลงที่จะจัดเก็บคุกกี้บนอุปกรณ์ของคุณเพื่อปรับปรุง และ วิเคราะห์การใช้งานของเว็บไซต์ ดู นโยบายความเป็นส่วนตัว ของเราสําหรับข้อมูลเพิ่มเติม Privacy Policy